ฮิโรชิม่า เมืองแห่งความทรงจำ

ฮิโรชิม่า เป็นเมืองหนึ่งทางภาคชูโงะกุทางตะวันตกบนเกาะฮอนชู ของญี่ปุ่นโดยห่างจากเมืองเกียวโตประมาณ 350 กิโลเมตร ฮิโรชิม่าเป็นเมืองเก่าแก่และมีประวัติศาสตร์ที่น่าเศร้าซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากการที่เมืองถูกทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมถึงเด็กผู้หญิงชื่อว่า ซาดาโกะ ที่เสียชีวิตหลังจากการทิ้งระเบิดในอีก 4 ปีต่อมา ฮิโรชิม่า ถูกสร้างขึ้นช่วงปี 1589 หรือในยุคเซ็งโงะกุ ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนฝั่งสามเหลี่ยมปากแม่น้ำในทะเลเซะโตะโน เมืองนี้ถูกสร้างโดย โมริ เทะรุโมะโตะ โดยมีการสร้างปราสาทขึ้นมาในช่วงนั้น ฮิโรชิม่าเติบโตอย่างรวดเร็วมากและเป็นเมืองท่าที่สำคัญ ต่อมาในช่วงปี 1871 ในยุคเมจิ ได้มีการยกเลิกการปกครองในระบอบเจ้าขุนมูลนาย เมืองฮิโรชิม่ากลายเป็นศูนย์กลางเมืองเศรษฐกิจที่ใหญ่มากในตอนนั้นโดยมีการเปลี่ยนวิถีชนบทมาเป็นอุตสาหกรรมนอกจากนี้ภายในเมืองยังมีโรงเรียนรัฐบาลและมีการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เมืองฮิโรชิม่าจึงกลายเป็นเมืองที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วมากในยุคนั้น ฮิโรชิม่า นั้นเป็นเมืองที่ถูกกล่าวถึงในเรื่องของความโหดร้ายจากผลพวงของสงครามโลก ครั้งที่ 2 ในวันที่ 6 สิงหาคม 1945 เวลา 08.45 ตามเวลาท้องถิ่น เครื่องบินทิ้งระเบิด B-29 ของกองทัพสหรัฐ ได้ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ชื่อว่า ลิตเลิตบอย ลงสู่เมืองฮิโรชิม่า การระเบิดคร่าชีวิตชาวเมืองถึง 80,000 คนเสียชีวิตทันที และอีกกว่า 140,000 คนได้รับผลข้างเคียงจากกัมมันตรังสี พื้นที่เมืองถูกทำลายเสียหายทั้งหมด ปัจจุบันเมืองฮิโรชิม่าเป็นเมืองใหญ่ที่สำคัญ ซึ่งยังคงเหลือซากความเสียหายเช่น ซากอาคารสำนักงานของเมืองที่อยู่ใกล้จุดระเบิดมากที่สุด […]

ตำนานความเชื่อเกี่ยวกับภูเขาไฟฟูจิ

   ความสวยงามของภูเขาไฟฟูจิกลายเป็นต้นแบบของศิลปะ ภาพวาดต่างๆ ความเชื่อและตำนานเล่าขานสืบต่อกันมามากมาย เช่น ในช่วงปี พ.ศ. 1206 ยุคเมจิ มีนักบวชคนหนึ่งสามารถปีนขึ้นไปบนยอดเขาได้เป็นคนแรก โดยเชื่อว่าภูเขาฟูจินั้นเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ หากใครที่ปีนเขายอดเขาได้จะเป็นผู้ที่มีบุญและบารมี นอกจากนี้มีความเชื่อว่าห้ามให้ผู้หญิงขึ้นเขาเด็ดขาด ภูเขาไฟฟูจิกลายเป็นยอดเขาที่โด่งดังมากทั้งในวรรณกรรม โดยเห็นได้จากในงานเขียนหรือภาพวาดต่าง ๆ ซึ่งวรรณกรรมเกี่ยวกับภูเขาไฟฟูจิที่โด่งดังที่สุดเป็นภาพวาดของ โฮะกุไซ ได้มีการตั้งกลอนเกี่ยวกับฐานทัพของทหารที่ตั้งฐานทัพบริเวณเชิงเขาฟูจิ รวมถึงภาพวาดคลื่นสึนามิที่โด่งดังที่สุด ซึ่งมีภูเขาไฟฟิจิประกอบในภาพวาดด้วย ตามตำนานยังกล่าวอีกว่า ภูเขาไฟฟูจินั้นคือสถานที่กักขังปีศาจต่างๆ โดยเชื่อว่าเมื่อภูเขาไฟฟูจิระเบิดจะทำให้เหล่าปีศาจออกมาอาละวาดฆ่าผู้คน ซึ่งตำนานดังกล่าวถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง Zakuyaออกฉายในปี 2001 รูปแบบของภูเขาไฟฟูจินั้นมีแรงบันดาลใจให้แก่ศิลปินต่างๆตลอดจนวิถีปฏิบัติทางศาสนาที่เป็นจุดโยงระหว่างศาสนาและธรรมชาติไว้ด้วยกัน ผู้คนต่างๆให้ความสำคัญต่อธรรมชาติรอบเชิงภูเขาไฟ ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ได้มีการวาดภาพเขียนเกี่ยวกับภูเขาไฟฟูจิซึ่งเชื่อมโยงไปถึงวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่น เมื่อภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมาจึงทำให้เริ่มเป็นที่สนใจของผู้คนจำนวนมาก นั้นจึงทำให้ภูเขาฟูจิกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามและโด่งดังจนถึงปัจจุบันนี้

ภูเขาไฟฟูจิ จุดเด่นของญี่ปุ่น

   สถานที่แห่งหนึ่งที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นคือ ภูเขาไฟฟูจิ(Mt.fuji)หรือเรียกอีกชื่อว่า ฟูจิซัง (Fuji-san)หรือบางคนเรียกว่า ฟูจิยะมะ เป็นภูเขาไฟที่สวยงามที่สุดของญี่ปุ่น ภูเขาไฟฟูจิเป็นภูเขาไฟที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นมีความสูงประมาณ 3,776 เมตร ตั้งที่อยู่ในจังหวัด จังหวัดชิซุโอะกะและจังหวัดยะมะนะชิ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของกรุงโตเกียวราวๆ 80 กิโลเมตร สามารถมองเห็นได้จากโตเกียว และวัดอาซากุซะ ความสวยงามของภูเขาไฟนี้คือ ตั้งอยู่ในบริเวณทะเลสาบอย่าง ทะเลสาบโมะโตะซุ และทะเลสาบอีก 4 แห่งบริเวณรอบภูเขาไฟ ฟูจิ เป็นภูเขาไฟประเภทกรวยภูเขาไฟสลับชั้น เป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับสนิท ระเบิดครั้งล่าสุดราวปี ค.ศ. 1707 นักธรณีวิทยาเชื่อว่าฟูจิ โอกาสที่ฟูจิจะระเบิดอยู่ในระดับการปะทุต่ำ ภูเขาไฟฟูจิ ได้รับการขึ้นเป็นมรดกโลกในวันที่ 22 มิถุนายน 2014 จัดขึ้น ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 37 ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยภูเขาไฟฟูจิถูกจัดให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และแหล่งที่มาของความบันดาลใจทางศิลปะธรรมชาติ ฟูจิ มีความสวยงามไม่ว่าจะเป็นฤดูกาลไหน มีความสวยงามตลอดปีโดยจะสวยที่สุดคือช่วง ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ซึ่งจะเป็นช่วงที่ยอดเขาจะถูกปกคลุมด้วยหิมะ ส่วนในช่วงฤดูร้อนหิมะบนยอดเขาจะละลายแต่บริเวณด้านล่างจะเป็นทุ่งดอกไม้สวยงามในช่วงเดือนเมษายน ถึง มิถุนายนของทุกปี จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมความสวยงามเป็นจำนวนมาก ฟูจิสามารถชมความงามได้ตลอดทั้งปี โดยความสวยงามจะแตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงฤดูกาล  

วัดเซ็นโซ วัดที่สวยงามแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น

   บริเวณเขตเมืองโตเกียวมีวัดแห่งหนึ่งที่มีผู้คนมากราบไหว้จำนวนมาก รวมถึงเป็นวัดที่มีความสวยงามทางด้านสถาปัตยกรรมที่บอกถึงศิลปะความงามที่ก่อสร้างโดยคนญี่ปุ่นในสมัยนั้น วัดเซ็นโซ หรือ เป็นที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งว่า วัดอาซากุซะ ถือว่าเป็นวัดเก่าแก่และมีความสำคัญแห่งหนึ่งของกรุงโตเกียว สันนิฐานว่าวัดแห่งหนึ่งถูกสร้างขึ้นประมาณปี ค.ศ. 628 – 630 ตามความเชื่อและเรื่องเล่าต่อๆกันมาว่า วัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อบูชาพระโพธิสัตว์คันนง โดยชาวประมงพี่น้อง 2 คน ชื่อว่า ฮิโนคุมะ ฮามานาริ และฮิโนคุมะ ทาเคนาริ ซึ่งหาปลาไม่ได้เลยสักตัว พวกเขามักหาปลาบริเวณแม่น้ำสุมิ ต่อมาพวกเขาอธิฐานขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้จับปลาได้เพื่อนำไปทำเป็นอาหารเย็น พอพวกเขาเหวี่ยงแห่ลงน้ำ สิ่งที่พวกเขาได้คือพระพุทธรูปเจ้าแม่กวนอิมทองคำ ความสูงราว 5 นิ้ว พวกเขาจึงนำไปมอบให้แก่หัวหน้าหมู่บ้าน พวกเขาจึงร่วมมือกันสร้างวัดขนาดเล็กขึ้นและนำพระพุทธรูปนี้มาประดิษฐานในวัดแห่งนี้ เมื่อมีคนเข้ามากราบไหว้ และอธิษฐานขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์มักจะสมความปรารถนาเสมอ จนกลายเป็นสิ่งที่ชาวบ้านเคารพศรัทธามาก ข่าวนี้เริ่มแพร่กระจายออกไปเหล่าไซมูไร และชาวบ้านจากที่อื่นเดินทางเข้ามากราบไหว้ขอพรและมักจะได้สิ่งสมความปรารถนาเสมอๆ ความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่กวนกิมในวัดอาซากุซะนั้นเป็นที่กล่าวถึงเป็นวงกว้างของญี่ปุ่น ล่ำลือไปถึงเหล่าโชกุนจึงมีการก่อสร้างตั้งเติมอาคารหลังใหม่ขึ้นในเวลาต่อมา ในปัจจุบันมีชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติมาเที่ยวชมความงามของวัดแห่งนี้จำนวนมากในแต่ละปี

ภูมิศาสตร์โตเกียว

   เมืองโตเกียว เป็นเมืองที่มีความหลากหลายมาก โดยทางภูมิศาสตร์เมืองโตเกียวตั้งอยู่บริเวณที่ราบคันโต บนเกาะฮอนชู ของญี่ปุ่น มีเนื้อที่ติดกับอ่าวโตเกียวขนาด 90 กิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะต่างๆโดยรอบเมือง โตเกียวนั้นถือว่าอยู่ประมาณภาคกลางของประเทศที่มีลักษณะภูมิศาสตร์ที่หลากหลายทั้งในฤดูกาลต่างๆ ในราวเดือนกรกฎาคม ถึง กันยายน โตเกียวมักจะได้รับผลกระทบจากมรสุม พายุไต้ฝุ่น ซึ่งโตเกียวมักได้รับความเสียหายจากพายุดังกล่าวในทุกปี ทางตะวันออกของโตเกียวเป็นที่ราบตะกอนน้ำพา เช่นบริเวณปากแม่น้ำซุมิดะ แม่น้ำเอะโดะเป็นบริเวณที่พื้นดินค่อนข้างอ่อนจึงทำให้เกิดการทรุดตัวของพื้นดิน เช่นเดียวกับพื้นที่ของกรุงเทพฯ การก่อสร้างมักจะต้องถมพื้นที่และได้รับผลกระทบจากพื้นดินทรุดตัวบ่อยครั้ง ในยุคเอะโดะนั้นมีการถมดินเพื่อขยานพื้นที่ของเมืองให้กว้างขึ้น และมีการถมพื้นดินเพื่อใช้ในการกำจัดขยะในปี 1927 ทำให้พื้นที่ของอ่าวโตเกียวนั้นมีลักษณะแคบลงเมื่อกว่าเดิม ในปัจจุบันประมาณร้อยละ 20 ของอ่าวโตเกียวกลายเป็นพื้นที่ถูกถม พื้นที่ของเมืองโตเกียวตั้งอยู่ในแนวรอยเลื่อนแผ่นดินไหวซึ่งก่อเกิดแผ่นดินไหวระดับปานกลางถึงรุนแรง มีการคาดว่าพื้นที่ของเตียวนั้นหากเกิดแผ่นดินไหวระดับ 8 ขึ้นไปอาจก่อความเสียหายมหาศาลเนื่องจากพื้นที่ดินอ่อน และพื้นที่ทับถม ในอดีตเมืองนี้เคยประสบแผ่นดินไหวมานับไม่ถ้วนตั้งแต่ยุคเอะโดะ คาดว่ามีผู้เสียชีวิตหลายแสนคน นอกจากนี้ภูมิอากาศของโตเกียวนั้นหากแบ่งตามเขตภูมิอากาศแบบเคิปเปนนั้น เมืองเตียวโกจะมีลักษณะแบบชุ่มชื้นกึ่งร้อน ความร้อนนั้นเป็นผลมาจากภูเขาไฟในบริเวณ หมู่เกาะอิซุ ซึ่งมีภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่ยังครุกครุนอยู่มาก ภูเขาไฟที่มีชื่อเสียงคือ ภูเขาไฟโอะยะมะบนเกาะมิยะเกะซึ่งระเบิดครั้งล่าสุดในปี 2000

ประวัติศาสตร์โตเกียว

  เดิมทีเมืองโตเกียวยังไม่ได้เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นซึ่งเดิมคือ เกียวโต เป็นเมืองหลวงเก่า ในช่วงปี 1800 โตเกียวถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เอะโดะ ซึ่งหมายถึง ปากน้ำ เป็นลักษณะเมืองที่ตั้งอยู่ในเขตที่เป็นอ่าวขนาดเล็กและเป็นอ่าวแคบ รวมถึงอยู่ในเขตปากแม่น้ำด้วย ต่อมาในปี 1868 เมืองเอะโดะจึงถูกตั้งชื่อใหม่ว่า โตเกียว ซึ่งแปลว่า เมืองหลวงทางตะวันออก ในอดีตเมืองโตเกียว เป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ มีผู้คนอยู่เพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่ทำอาชีพประมงในแถบอ่าว หมู่บ้านชาวประมงนี้ชื่อว่า เอะโดะ และในช่วงปี 1457 ปราสาทเอะโดะได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่พักของรัฐบาลโชกุนโทะกุงะวะ และได้ใช้เพื่ออาศัยของเหล่าโชกุนตลอดระยะเวลา 200 ปี ต่อมาปราสาทแห่งนี้ได้รับความเสียหายจากระเบิดในสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงถูกสร้างทดแทนและย้ายไปอยู่ที่พระราชวังหลวงจนถึงปัจจุบัน ต่อมาเมืองโตเกียวเริ่มมีการขยายเนื้อที่ในยุค โทะกุงะวะ อิเอะยะซุ ซึ่งเป็นยุคของโชกุน และกลายเป็นศูนย์กลางทางรัฐบาลทหารที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ จนกระทั่ง เมืองได้ขยายขึ้นอย่างรวดเร็วในยุคเอะโดะ จนกลายเป็นเมืองขนาดใหญ่ ต่อมาอำนาจการปกครองของโชกุนถูกล้มล้าง และทำให้อำนาจขององค์จักรพรรดิมีอำนาจอีกครั้ง จึงทำให้จักรพรรดิเมจิทรงย้ายมายังเมืองเอะโดะ และสถาปนาชื่อเมืองใหม่ว่า โตเกียว และขึ้นเป็นเมืองหลวงในปี 1869 แทนเมืองเก่าอย่าง เกียวโต นอกจากนี้เมืองโตเกียวยังนำวัฒนธรรมตะวันตกมาพัฒนาเมือง อย่างเช่น ระบบการสื่อสารโดยใช้โทรเลข การบริการรถไฟโดยสาร ซึ่งเริ่มขึ้นราวปี […]

โตเกียวศูนย์กลางแห่งญี่ปุ่น

   ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่หลากหลายทางวัฒนธรรม เทคโนโลยี นับว่าเป็นประเทศหนึ่งที่มีการเจริญเติบโตด้านเศรษฐกิจได้ดีมากประเทศหนึ่ง เมืองโตเกียวเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น ที่ถือว่าเป็นศูนย์กลางธุรกิจ การท่องเที่ยว แหล่งเทคโนโลยี การสื่อสาร รวมถึงเป็นแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้ามาเที่ยวเมืองนี้ โตเกียวถือว่าเป็นเมืองใหญ่ หรือเรียกอีกชื่อว่า มหานครโตเกียว เป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น มีระบบการปกครองแบบพิเศษซึ่งรวมการปกครองในรูปแบบจังหวัดและเมืองไว้ด้วยกัน เป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางของญี่ปุ่น มีประชากรอาศัยอย่างหนาแน่นมาก ราว 35 ล้านคน หรือเปรียบเทียบอีกอย่างว่านับเป็นจำนวน 80 เปอร์เซ็นต์ของประเทศที่มีผู้คนอาศัยอยู่ในเขตเมืองแห่งนี้ ซึ่งโตเกียวจัดว่าเป็นเขตมหานครที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เมืองโตเกียวตั้งอยู่ในเขต คันโต คำว่าโตเกียวนั้นหมายถึง นครหลวงตะวันออก ซึ่งเป็นเขตที่ประกอบด้วยพระราชวังหลวง ของ สมเด็จพระจักรพรรดิ โตเกียวถือว่าเป็นเมืองที่ใหญ่ติดอันดับของโลก ใหญ่กว่า กรุงเทพฯ ประมาณ 2 เท่า เมืองโตเกียว นับว่าเป็นแหล่งที่มีผู้คนมากที่สุดทั้ง ประชากรที่อาศัยอยู่และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว มีเขตที่เป็นศูนย์รวมความบันเทิงมากมาย แหล่งช้อบปิ้งติดอันดับของประเทศ รวมถึงแหล่งเทคโนโลยีต่างๆ เช่น ชินจุกุ, ชิบุยะ, โตเกียวทาวเวอร์, สวนดอกซากุระอุเอโนะ และย่านที่เป็นจุดเด่นที่เห็นคือ ย่านข้ามแยกทางม้าลายที่มีผู้คนจำนวนมากเดินทางข้ามถนนที่มักจะเห็นจนชินตาแล้ว กรุงโตเกียวเคยเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 1964 และเป็นเจ้าภาพครั้งต่อไปในปี 2020 […]